ผมทำปากกาหายมาทั้งชีวิต
ไม่ใช่ลืม ไม่ใช่วางผิดที่ แค่หายไป บางทีก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหายตอนไหน รู้แค่ว่าหาแล้วไม่เจอ
เพื่อนเคยให้ปากกา Lamy มาด้ามหนึ่ง ใช้ได้อยู่พักหนึ่ง แล้วก็หายไปเหมือนเคย ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ไม่รู้ว่าหายเมื่อไหร่ ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะหลุดออกจากกระเป๋าระหว่างนั่งแท็กซี่ แต่ก็ไม่แน่ใจ
หลังจากนั้นผมก็ไม่ค่อยอยากจะพกปากกาที่มีราคาอีกเลย
ไม่ใช่เพราะประหยัด แต่เพราะรู้แล้วว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน
เรื่องที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ใช้เวลานานกว่าจะยอมรับ
ผมคิดว่าคนเราส่วนใหญ่รู้จักตัวเองดีพออยู่แล้ว แต่พอมานั่งนึกจริงๆ มีอยู่หลายเรื่องที่เรา "รู้" แต่ยัง "ไม่ยอมรับ"
รู้ว่าตัวเองไม่รักษาของ แต่ยังอยากพกของดีเพื่อพิสูจน์บางอย่าง
รู้ว่าตัวเองชอบความเรียบง่าย แต่ยังซื้อของที่ซับซ้อนกว่าที่ต้องการ
รู้ว่าตัวเองเป็นคนแบบหนึ่ง แต่พยายามใช้ชีวิตแบบที่คิดว่าควรจะเป็น
ปากกามูจิ กับคำถามที่ไม่ได้เกี่ยวกับปากกา
เดี๋ยวนี้ผมพกปากกามูจิ แบบ Gel Ink ราคาด้ามละไม่กี่สิบบาท ซื้อทีละ 2 ถึง 3 ด้ามเพราะรู้ว่าสักวันมันจะต้องหาย
มันเขียนลื่น ไม่มีอะไรพิเศษในแง่ดีไซน์ ตัวปากกาใสๆ เห็นหมึกข้างใน ไม่มีแรงกดดันที่รู้สึกว่า "ถือแล้วดูดี"
แต่มันทำหน้าที่ของมันได้ดี
และผมว่านั่นก็พอแล้ว

วันที่ผมใช้ปากกาจนหมึกหมดได้เป็นครั้งแรก
มีครั้งหนึ่งที่ผมใช้ปากกามูจิจนหมึกหมดได้เป็นครั้งแรกในชีวิต
ไม่ได้หาย ไม่ได้ตก ไม่ได้ให้ใคร ใช้จนหมด
รู้สึกแปลกดีแบบที่อธิบายไม่ถูก ที่ทำให้ปากกาแท่งหนึ่งได้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่
ผมนั่งนึกว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น และคำตอบที่ได้ก็ไม่ได้เกี่ยวกับปากกาเลย
มันเกี่ยวกับว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ผมเลือกของ โดยรู้จักตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เลือกตามที่คิดว่าควรจะเป็น ไม่ใช่เลือกเพื่อส่งสัญญาณอะไรให้ใคร แค่เลือกเพราะมันเหมาะกับคนที่ผมเป็น
รู้จักตัวเองกับยอมรับตัวเอง ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
มีความต่างระหว่างสองสิ่งนี้อยู่พอสมควร
รู้จักตัวเอง หมายความว่าเรามีข้อมูล เราสังเกตได้ว่าตัวเองเป็นแบบไหน
ยอมรับตัวเอง หมายความว่าเราหยุดต่อสู้กับข้อมูลนั้น และเริ่มใช้ชีวิตไปกับมันแทน
ผมรู้มาตลอดว่าตัวเองทำของหาย แต่ใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะยอมรับว่า "โอเค ผมเป็นแบบนี้แหละ ไม่เป็นไร" และเริ่มเลือกของที่เหมาะกับคนแบบนี้จริงๆ
ไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการหยุดเสียพลังงานกับสิ่งที่ไม่จำเป็น
ของที่เลือกบอกอะไรเกี่ยวกับเรา
ผมสังเกตว่าพอเราผ่านวัย 50 มา วิธีที่เราเลือกของเปลี่ยนไปพอสมควร
ตอนหนุ่มๆ การเลือกของมักมีน้ำหนักของการส่งสัญญาณอยู่ด้วย ว่าเราเป็นใคร อยู่ในระดับไหน มีรสนิยมแบบไหน มันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างตัวตน
แต่พอถึงจุดหนึ่ง สิ่งที่เราต้องการจากของใช้ต่างๆ นั้นเปลี่ยนไป
เราไม่ได้อยากให้สิ่งของคอยบอกว่าเราเป็นใคร เราอยากให้สิ่งของได้ทำหน้าที่ของมัน แล้วก็จบ
ปากกาที่ดีสำหรับผมในวัยนี้ไม่ใช่ปากกาที่แพงที่สุด ไม่ใช่ปากกาที่ดูดีที่สุด แต่เป็นปากกาที่เขียนแล้วลื่น หาซื้อง่าย ไม่ต้องเสียใจมากถ้าหาย และใช้ได้จนหมด
ความเรียบง่ายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองในวันเดียว มันเป็นสิ่งที่ค่อยๆ ตกผลึกมาจากประสบการณ์และจากการรู้จักตัวเองมากขึ้น
ลองถามตัวเองสักครั้ง
ถ้าสิ่งของที่คุณพกทุกวันพูดได้ มันจะบอกอะไรเกี่ยวกับคุณบ้าง
ไม่ต้องเป็นคำตอบที่ดูดี แค่ตอบตรงๆ
บางทีคำตอบนั้นก็อาจจะน่าสนใจกว่าที่เราคิดครับ
Silver & Co.