ครั้งสุดท้ายที่คุณเจอเพื่อนสนิทแบบไม่มีเรื่องงาน คือเมื่อไหร่

ลองนับดูว่าครั้งสุดท้ายที่คุณเจอเพื่อนสนิทแบบไม่มีวาระอะไร คือเมื่อไหร่ ถ้าคำตอบคือ "นานแล้ว" คุณไม่ได้เป็นคนเดียว ผู้ชายเสียเพื่อนง่ายกว่าที่คิด ด้วยเหตุผลที่อธิบายได้

ครั้งสุดท้ายที่คุณเจอเพื่อนสนิทแบบไม่มีเรื่องงาน คือเมื่อไหร่

    ผู้ชายจำนวนมากตื่นมาในวัย 50 แล้วพบว่าเหลือเพื่อนสนิทน้อยกว่าที่เคยมี ไม่ใช่เพราะทำอะไรผิด แต่เพราะวิธีที่ผู้ชายผูกมิตรทำให้เพื่อนหายไปง่ายกว่าที่คิด และงานวิจัยบอกว่ามันสำคัญกับการอยู่ยาวมากกว่าที่เราคิด

    ลองนับดูเล่นๆ ว่าครั้งสุดท้ายที่คุณเจอเพื่อนสนิทแบบไม่มีเรื่องงาน คือเมื่อไหร่

    ไม่ใช่เพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่คนรู้จักในไลน์กลุ่ม ไม่ใช่คนที่เจอในงานเลี้ยง แต่เพื่อนที่นั่งคุยกันได้จริงๆ โดยไม่ต้องมีวาระอะไร ไม่ต้องมีเรื่องให้คุย แค่เจอกันเพราะอยากเจอ

    ถ้าคำตอบคือ "นานแล้ว" คุณไม่ได้เป็นคนเดียว ผมเองก็ต้องคิดอยู่นานกว่าจะนึกออก

    และพอผมไปอ่านดูว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ผมพบว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นรูปแบบที่เกิดกับผู้ชายเกือบทุกคน และมันมีงานวิจัยอธิบายไว้ชัดเจน

    เพื่อนค่อยๆ หายไป โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

    มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ Harvard Study of Adult Development ติดตามชีวิตผู้ชายกลุ่มหนึ่งตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาจนแก่เฒ่า ยาวกว่า 80 ปี ปัจจุบันมี Robert Waldinger จาก Harvard Medical School เป็นผู้อำนวยการ

    ข้อค้นพบที่ชัดที่สุดของงานวิจัยนี้ ไม่ใช่เรื่องเงิน ไม่ใช่เรื่องชื่อเสียง ไม่ใช่แม้แต่คอเลสเตอรอล Waldinger บอกว่าสิ่งที่ทำนายได้ดีที่สุดว่าใครจะแข็งแรงและมีความสุขตอนอายุ 80 คือ "คุณภาพของความสัมพันธ์ตอนอายุ 50"

    แต่นี่คือส่วนที่น่าคิด เครือข่ายเพื่อนของผู้ชายมักเริ่มเล็กลงตั้งแต่ตอนแต่งงาน

    ไม่ใช่เพราะแต่งงานแล้วไม่ดี แต่เพราะพอมีคู่ เรามักหันไปพึ่งคนคนเดียวเป็นหลัก แล้วค่อยๆ ปล่อยให้มิตรภาพอื่นจางไปเองโดยไม่ทันรู้ตัว ไม่ได้ทะเลาะ ไม่ได้โกรธกัน แค่ไม่ได้โทรหา ไม่ได้นัดเจอ แล้ววันเวลาก็ทำหน้าที่ของมัน

    ผมว่าผู้ชายหลายคนเป็นแบบนี้ รวมถึงตัวผมเองด้วย

    ทำไมผู้ชายถึงเสียเพื่อนง่ายกว่าที่คิด

    มีเหตุผลที่อธิบายได้ และมันอยู่ที่ "วิธี" ที่ผู้ชายผูกมิตรตั้งแต่แรก

    งานวิจัยเรื่องมิตรภาพชี้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ผูกมิตรผ่านการ "ทำอะไรด้วยกัน" เตะบอลด้วยกัน ทำงานที่เดียวกัน เรียนรุ่นเดียวกัน เล่นกีฬาทีมเดียวกัน เป็นมิตรภาพแบบเคียงบ่าเคียงไหล่ ที่เกิดจากการมีกิจกรรมร่วม

    มิตรภาพแบบนี้แข็งแรงมากตอนที่ยังมีกิจกรรมร่วมกันอยู่ แต่จุดอ่อนของมันคือ พอกิจกรรมจบ เรียนจบ ย้ายงาน เลิกเล่นกีฬา ความสัมพันธ์ก็มักจางหายไปด้วย เพราะมันถูกยึดไว้ด้วยกิจกรรม ไม่ใช่ด้วยตัวความสัมพันธ์เอง

    ต่างจากผู้หญิงที่มักผูกมิตรผ่านการพูดคุยและแบ่งปันความรู้สึก เลยรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้แม้ไม่มีกิจกรรมร่วม โทรคุยกันได้แม้ไม่มีเรื่องอะไร

    พอถึงวัยเรา ที่เลิกเล่นกีฬาเป็นทีม เปลี่ยนงานมาหลายที่ ลูกโตแยกบ้าน เกษียณหรือใกล้เกษียณ กิจกรรมร่วมที่เคยยึดมิตรภาพไว้มันหายไปเกือบหมด ผู้ชายจำนวนมากเลยตื่นมาพบว่าเหลือเพื่อนสนิทน้อยกว่าที่เคยมี โดยไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่

    และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องเหงา

    ตรงนี้คือจุดที่ผมอยากให้อ่านให้จบ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์

    Julianne Holt-Lunstad นักวิจัยจาก Brigham Young University รวบรวมงานวิจัยทั่วโลกที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 3.4 ล้านคน ตีพิมพ์ผลในวารสาร Perspectives on Psychological Science เธอพบว่าในกลุ่มคนที่เริ่มต้นสุขภาพดี การติดตามระยะยาวชี้ว่า ความเหงาเพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยราว 26% การโดดเดี่ยวทางสังคมเพิ่มราว 29% และการอยู่คนเดียวเพิ่มถึง 32%

    ตัวเลขพวกนี้อยู่ในระดับเดียวกับปัจจัยเสี่ยงใหญ่ๆ ที่เราคุ้นชื่อกันดีอย่างการสูบบุหรี่ พูดอีกอย่างคือ การไม่มีใครให้พึ่งพาทางใจ ส่งผลต่อร่างกายเราจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำให้ใจหม่นหมอง

    ส่วนงานวิจัยฮาร์วาร์ดก็ยืนยันอีกด้านหนึ่งว่า คนที่มีความสัมพันธ์ที่ดี มีแนวโน้มอายุยืนกว่า ป่วยเรื้อรังน้อยกว่า ฟื้นจากความเจ็บป่วยได้เร็วกว่า ความสัมพันธ์ที่ดีทำหน้าที่เหมือนเกราะกันความเครียดสะสมตลอดชีวิต

    เพื่อนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสุข แต่เป็นเรื่องของการอยู่ยาวด้วย มันอยู่ในหมวดเดียวกับการนอน การกิน และการออกกำลังกาย เพียงแต่ไม่มีใครพูดถึงมันในฐานะ "เรื่องสุขภาพ"

    ข่าวดี: มิตรภาพซ่อมได้ง่ายกว่าที่คิด

    ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกหนักใจ ผมมีข่าวดี

    มิตรภาพไม่เหมือนกล้ามเนื้อที่หายไปแล้วสร้างใหม่ยาก เพื่อนเก่าที่ห่างกันไป ส่วนใหญ่ไม่ได้หายไปไหน เขาก็แค่ยุ่งกับชีวิตของเขาเหมือนที่เรายุ่งกับชีวิตของเรา และหลายครั้งเขาก็คิดถึงเราเหมือนที่เราคิดถึงเขา แค่ไม่มีใครยอมโทรก่อน

    มิตรภาพแค่ต้องการการ "ลงมือ" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายวัยเรามักเขินที่จะทำ

    โทรหาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้คุยมานาน ไม่ต้องมีเหตุผล แค่ "เป็นไงบ้าง" ชวนกินข้าวโดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ ไม่ต้องรองานแต่ง ไม่ต้องรองานศพ

    เพราะผู้ชายวัยเรามักรอให้มี "เรื่อง" ก่อนถึงจะติดต่อกัน รอให้มีวาระ มีธุระ มีข้ออ้าง แต่ความจริงแล้ว มิตรภาพที่ดีที่สุดมักเกิดจากการเจอกันโดยไม่มีเรื่องอะไรเลย

    และถ้าจะให้ดีกว่านั้น ลองหากิจกรรมร่วมใหม่ๆ เพราะนั่นคือวิธีที่ผู้ชายผูกมิตรได้ดีที่สุดมาตลอด ตีกอล์ฟ เดินเขา ออกกำลังกายด้วยกัน ดูบอลด้วยกัน อะไรก็ได้ที่ทำให้ได้เจอกันสม่ำเสมอโดยไม่ต้องฝืน

    สิ่งที่อยากชวนทำ

    ผมไม่ได้จะบอกให้คุณไปรื้อฟื้นมิตรภาพทั้งหมดในชีวิตพรุ่งนี้

    แค่อยากชวนทำสิ่งเดียว วันศุกร์เย็นๆ ลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วทักหาเพื่อนสักคนที่คุณคิดถึง คนที่ผุดขึ้นมาในหัวตอนอ่านบทความนี้นั่นแหละ ไม่ต้องคิดมากว่าจะพูดอะไร แค่ "เฮ้ย คิดถึงว่ะ เป็นไงบ้าง" ก็พอ

    มันอาจจะเป็นข้อความที่เปลี่ยนทั้งเย็นวันนั้นของเขา และของคุณด้วย

    เราดูแลร่างกายมาเยอะแล้ว ทั้งเรื่องนอน เรื่องกิน เรื่องออกกำลังกาย อย่าลืมว่าเพื่อนก็เป็นส่วนหนึ่งของการอยู่ยาวเหมือนกัน

    อยู่ยาว อยู่ดี อยู่เท่

    ข้อมูลอ้างอิง